.
ผลสำรวจชี้แผนยุทธศาสตร์ "America First" ของทรัมป์ ผลักดันนานาชาติเข้าหาจีน-เร่งโลกสู่ยุคหลายขั้วอำนาจ
19-1-2026
SCMP รายงานว่า แผนยุทธศาสตร์ "อเมริกาต้องมาก่อน" (America First) ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) แห่งสหรัฐฯ (US) กำลังมีส่วนช่วยทำให้ "จีนกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง" และนำไปสู่การก้าวเข้าสู่ "โลกหลายขั้วอำนาจที่แท้จริง" (Truly multipolar world) ตามรายงานผลสำรวจโดยสภาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแห่งยุโรป (European Council on Foreign Relations - ECFR)
"หนึ่งปีหลังจากการกลับมาของทรัมป์ ผู้คนในประเทศต่างๆ ทั่วโลกส่วนใหญ่เชื่อว่าจีนกำลังอยู่ในช่วงก้าวไปสู่การมีอำนาจที่มากยิ่งขึ้น" สถาบันคลังสมองดังกล่าวระบุภายหลังการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนจำนวน 25,949 คน จาก 21 ประเทศ รวมถึงสหรัฐฯ, จีน (China), รัสเซีย (Russia), สหราชอาณาจักร (Britain) และบราซิล (Brazil)
ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีความเห็นว่าจีนเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมหลักที่สำคัญ ซึ่งรวมถึงเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนและยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ตลอดจนมีบทบาทที่โดดเด่นขึ้นในทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยอิทธิพลระดับโลกของจีนถูกคาดหมายว่าจะเติบโตขึ้นในช่วงทศวรรษหน้าตามความเห็นของผู้ตอบแบบสอบถามในเกือบทุกเขตพื้นที่ที่ทำการสำรวจ ตั้งแต่ร้อยละ 83 ในแอฟริกาใต้ (South Africa), ร้อยละ 72 ในบราซิล, ร้อยละ 57 ในรัสเซีย ไปจนถึงร้อยละ 54 ในสหรัฐฯ และร้อยละ 50 ในสหราชอาณาจักร
"มีเพียงในยูเครน (Ukraine) และเกาหลีใต้ (South Korea) เท่านั้นที่คนส่วนใหญ่มองว่าจีนเป็นคู่แข่งหรือปฏิปักษ์ โดยตั้งแต่ปีที่ผ่านมา พบว่ามีผู้คนในแอฟริกาใต้และบราซิลมองว่าจีนเป็นพันธมิตรเพิ่มมากขึ้นอย่างชัดเจน" ECFR ระบุในรายงาน
"การเปลี่ยนแปลงนี้ยังเกิดขึ้นอย่างโดดเด่นในอินเดีย (India) ซึ่งโดยปกติแล้วความสัมพันธ์ระหว่างนิวเดลี (New Delhi) และปักกิ่ง (Beijing) มักจะมีความระหองระแหง แต่ถึงกระนั้น เกือบครึ่งหนึ่งของชาวอินเดียยังคงมองว่าจีนเป็นพันธมิตรหรือหุ้นส่วนที่จำเป็น"
นอกจากนี้ หลายประเทศยังคาดการณ์ว่าความสัมพันธ์ของพวกเขากับจีนจะแข็งแกร่งขึ้นในอีก 5 ปีข้างหน้า รวมถึงคนส่วนใหญ่ในแอฟริกาใต้และบราซิลด้วย ขณะเดียวกัน ผลสำรวจยังพบว่าความมั่นใจของชาวยุโรปต่อการเป็นผู้นำของสหรัฐฯ ลดลงอย่างรวดเร็ว โดยหลายคนรู้สึกว่าอิทธิพลของตะวันตกกำลังถดถอยลง และสหภาพยุโรป (EU) ยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะรับมือกับสหรัฐฯ หรือจีนได้
"การผงาดขึ้นของจีนถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ผู้คนที่อาศัยอยู่ในประเทศนอกกลุ่มตะวันตกส่วนใหญ่ การใช้ชีวิตโดยปราศจากมหาอำนาจขั้วเดียว (Hegemon) คือสิ่งที่ผู้คนส่วนใหญ่จินตนาการถึงโลกหลังยุคอเมริกา" รายงานระบุ
อย่างไรก็ตาม การเติบโตของจีนไม่ได้หมายถึงการล่มสลายของสหรัฐฯ เสมอไป โดยผู้ตอบแบบสอบถามจำนวนมากยังเชื่อว่าสหรัฐฯ จะยังคงมีอิทธิพลอยู่ มีเพียงบราซิล, อินเดีย, แอฟริกาใต้ และตุรกี (Turkey) เท่านั้นที่มีคนส่วนใหญ่มองว่าสหรัฐฯ จะมีอำนาจระดับโลกมากขึ้นในทศวรรษหน้า ในขณะที่มีชาวอเมริกันเพียงร้อยละ 43 เท่านั้นที่คิดเช่นนี้ และในรัสเซียตัวเลขนี้ต่ำลงเหลือเพียงร้อยละ 20
ข้อมูลดังกล่าวถูกรวบรวมในเดือนพฤศจิกายน 2025 ก่อนเกิดเหตุการณ์การลักพาตัวอดีตผู้นำเวเนซุเอลา นิโคลัส มาดูโร (Nicolas Maduro) และภรรยาโดยสหรัฐฯ ในเดือนมกราคม "แม้กระทั่งก่อนที่ทรัมป์จะแทรกแซงเวเนซุเอลาอย่างรุนแรง แนวทาง 'America First' ที่ก้าวร้าวของเขาก็ได้ผลักดันให้ผู้คนเข้าใกล้จีนมากขึ้นอยู่แล้ว" รายงานระบุ
ผลการสำรวจนี้จัดทำร่วมกับโครงการวิจัยยุโรปในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง (Europe in a Changing World) ของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด (Oxford University) และเป็นลำดับที่ 4 ในชุดการศึกษาระดับโลก ซึ่งชี้ให้เห็นว่าโลกกำลังเปิดรับจีนมากขึ้น "หรืออย่างน้อยก็ไม่ได้หวาดกลัวจีน ซึ่งเป็นวิวัฒนาการที่สอดคล้องกับการตีความทางภูมิรัฐศาสตร์โลกในมุมมองของจีน"
---
IMCT NEWS
ที่มา https://sc.mp/gfw7d?utm_source=copy-link&utm_campaign=3340086&utm_medium=share_widget