ฝรั่งเศส–อิตาลี–เยอรมนีหนุน EUขึ้นบัญชี IRGC
ฝรั่งเศส–อิตาลี–เยอรมนีหนุน EU จ่อขึ้นบัญชี IRGC 'กองกำลังปฏิวัติอิหร่าน' เป็นองค์กรก่อการร้าย
29-1-2026
สำนักข่าว Reuters รายงานว่า สหภาพยุโรป (EU) เตรียมดำเนินการบรรจุกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (Islamic Revolutionary Guard Corps - IRGC) ลงในบัญชีรายชื่อองค์กรก่อการร้าย หลังจากที่ประเทศฝรั่งเศส (France) แถลงเมื่อวันพุธว่าพร้อมจะสนับสนุนความเคลื่อนไหวดังกล่าวอย่างเป็นทางการ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหภาพยุโรปมีกำหนดการประชุมร่วมกันที่กรุงบรัสเซลส์ (Brussels) ในวันพฤหัสบดีนี้ เพื่อลงนามในมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่ เพื่อตอบโต้การปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงอย่างรุนแรง ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและถูกจับกุมเป็นจำนวนหลายพันคน
“ฝรั่งเศสจะสนับสนุนการกำหนดให้กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) อยู่ในรายชื่อองค์กรก่อการร้ายของสหภาพยุโรป” นายฌอง-โนเอล บาร์โรต์ (Jean-Noel Barrot) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศฝรั่งเศส ระบุผ่านแพลตฟอร์ม X
การที่ฝรั่งเศส อิตาลี (Italy) และเยอรมนี (Germany) มีจุดยืนที่สอดคล้องกันในขณะนี้ ทำให้มีความเป็นไปได้สูงที่การตัดสินใจดังกล่าวจะได้รับความเห็นชอบในเชิงนโยบายในวันพฤหัสบดี อย่างไรก็ตาม มาตรการนี้จำเป็นต้องได้รับมติเป็นเอกฉันท์จากประเทศสมาชิกทั้ง 27 ประเทศของสหภาพยุโรป ทั้งนี้ เมื่อช่วงเช้าวันพุธ ฝรั่งเศสยังคงมีท่าทีลังเลที่จะสนับสนุนเสียงส่วนใหญ่ในกลุ่มที่ผลักดันให้เพิ่ม IRGC เข้าสู่บัญชีรายชื่อองค์กรก่อการร้ายตามรอยสหรัฐฯ (US)
“การกดขี่ที่ไม่อาจยอมรับได้ต่อการลุกฮืออย่างสันติของประชาชนชาวอิหร่านจะถูกปล่อยไว้โดยไม่มีการตอบโต้ไม่ได้ ความกล้าหาญอย่างยิ่งยวดที่พวกเขาแสดงออกมาท่ามกลางความรุนแรงที่ไร้สติซึ่งถาโถมเข้าใส่นั้น จะต้องไม่สูญเปล่า” นายบาร์โรต์ (Barrot) กล่าวเสริม หลังจากที่ทำเนียบประธานาธิบดีฝรั่งเศสได้ประกาศการตัดสินใจดังกล่าวออกมาก่อนหน้า
สำหรับกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ก่อตั้งขึ้นหลังการปฏิวัติอิสลามในอิหร่านเมื่อปี 1979 เพื่อปกป้องระบบการปกครองโดยกลุ่มนักบวชชีอะห์ โดยมีอิทธิพลอย่างสูงในประเทศ ทั้งการควบคุมภาคเศรษฐกิจส่วนใหญ่และกองทัพ รวมถึงได้รับมอบหมายให้ดูแลโครงการขีปนาวุธและโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านอีกด้วย
ความกังวลด้านการตัดความสัมพันธ์และสวัสดิภาพพลเมือง
แม้รัฐสมาชิกบางส่วนของ EU จะเคยผลักดันให้บรรจุ IRGC เข้าสู่บัญชีดำมาก่อนหน้านี้ แต่กลุ่มประเทศที่นำโดยฝรั่งเศสกลับมีท่าทีระมัดระวังมากกว่า เนื่องจากกังวลว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจนำไปสู่การตัดความสัมพันธ์กับอิหร่านอย่างสิ้นเชิง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อภารกิจทางการทูตและกระทบต่อการเจรจาเพื่อปล่อยตัวพลเมืองยุโรปที่ถูกคุมขังในเรือนจำของอิหร่าน โดยเฉพาะรัฐบาลปารีสที่มีความกังวลเป็นพิเศษต่อชะตากรรมของพลเมืองสองรายที่ปัจจุบันอาศัยอยู่ในสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน (Tehran) หลังได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำเมื่อปีที่ผ่านมา
การประท้วงต่อต้านรัฐบาลที่แพร่กระจายไปทั่วอิหร่านตั้งแต่เดือนธันวาคม ได้นำไปสู่การปราบปรามที่นองเลือดที่สุดนับตั้งแต่การปฏิวัติปี 1979 และถูกประณามจากนานาชาติ นักการทูตรายอื่นๆ ที่สนับสนุนมาตรการนี้ระบุว่า ขนาดของการปราบปรามทำให้ยุโรปจำเป็นต้องส่งสัญญาณทางการเมืองที่รุนแรง เนื่องจากบทบาทของ IRGC ในการปราบปรามภายในประเทศ รวมถึงกิจกรรมในต่างประเทศที่พวกเขามองว่าเทียบเท่ากับการก่อการร้าย
นักการทูตอาวุโสรายหนึ่งของอียูกล่าวเชิงเปรียบเทียบว่า “ถ้ามันเดินเหมือนเป็ดและส่งเสียงเหมือนเป็ด ก็คงเป็นเป็ด และการเรียกสิ่งนั้นตามที่มันเป็นอยู่ก็เป็นเรื่องที่ถูกต้อง” สะท้อนความเห็นว่ากิจกรรมของ IRGC ทั้งในเรื่องการปราบปรามภายในและการสนับสนุนเครือข่ายติดอาวุธในต่างประเทศ เช่น Hezbollah และกลุ่มอื่นในตะวันออกกลาง เทียบได้กับการก่อการร้าย
กระแสผลักดันให้อียูขึ้นบัญชี IRGC เกิดขึ้นต่อเนื่อง หลังการลุกฮือของประชาชนอิหร่านตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งถูกมองว่าเป็นการปราบปรามที่นองเลือดที่สุดนับตั้งแต่การปฏิวัติปี 1979 พร้อมกับเสียงเรียกร้องจากผู้ลี้ภัยและพลัดถิ่นชาวอิหร่านในยุโรปให้ลงโทษ IRGC อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.reuters.com/world/middle-east/u-turn-france-backs-move-put-irans-guards-eu-terrorism-list-2026-01-28/