ปากีสถานเสนอตัวเป็นคนกลาง สวมบท 'กาวใจ'
ปากีสถานเสนอตัวเป็นคนกลาง สวมบท 'กาวใจ' ไกล่เกลี่ยศึกทรัมป์-อิหร่าน หาทางยุติสงคราม ชูจุดแข็งไร้ฐานทัพสหรัฐฯ–เชื่อมกัลฟ์–มีประชากรชีอะห์ใหญ่รองจากอิหร่าน
25-3-2026
The Financial Times รายงานว่า ปากีสถานขยับตัวแรง! สวมบท 'กาวใจ' ไกล่เกลี่ยศึกทรัมป์-อิหร่าน ชูจุดแข็งความสัมพันธ์แนบแน่นทั้งสองฝ่าย พลเอก อาซิม มุนีร์ ผู้ทรงอิทธิพลแห่งกองทัพปากีสถาน ใช้สายสัมพันธ์พิเศษกับทั้งเตหะรานและประธานาธิบดีทรัมป์ เร่งผลักดันกระบวนการสันติภาพเพื่อยุติสงครามที่ยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่สี่
ปากีสถานกำลังวางตำแหน่งตัวเองเป็นตัวกลางหลักในการเจรจาเพื่อยุติสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน โดยอาศัยความสัมพันธ์อันดีของผู้นำกองทัพกับทั้งฝั่งอิหร่านและความใกล้ชิดกับโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อน
เจ้าหน้าที่ผู้คุ้นเคยกับการหารือเปิดเผยว่า ปากีสถานได้เสนอให้กรุงอิสลามาบัดเป็นสถานที่จัดการเจรจาระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลทรัมป์และอิหร่าน ซึ่งอาจเกิดขึ้นอย่างเร็วที่สุดภายในสัปดาห์นี้ โดยมีรายงานว่า พลเอก อาซิม มุนีร์ ผู้บัญชาการทหารบกปากีสถาน ได้ต่อสายตรงพูดคุยกับทรัมป์เมื่อวันอาทิตย์ ขณะที่นายกรัฐมนตรี เชห์บาซ ชารีฟ ก็ได้หารือกับประธานาธิบดี มาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่านเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
ช่วงเวลาของการหารือระหว่างผู้นำปากีสถานและอิหร่าน เกิดขึ้นไล่เลี่ยกับที่ทรัมป์ประกาศชะลอคำขู่ที่จะ "กวาดล้าง" โรงไฟฟ้าของอิหร่านออกไป 5 วัน หลังจากระบุว่าได้มีการสนทนาที่ "สร้างสรรค์และเป็นไปด้วยดี" กับเตหะรานเพื่อหาทางยุติสงคราม แม้จะยังไม่ชัดเจนว่าการขยับตัวของปากีสถานและท่าทีที่อ่อนลงของทรัมป์มีความเกี่ยวข้องกันโดยตรงหรือไม่ ซึ่งทางทำเนียบขาวปฏิเสธที่จะให้รายละเอียด โดยระบุว่าเป็นเรื่องของการทูตที่ละเอียดอ่อน
เครือข่ายตัวกลางที่ซับซ้อน
นอกจากปากีสถานแล้ว ตุรกีก็เป็นอีกหนึ่งประเทศที่พยายามเป็นตัวกลาง โดยมีการหารือกับทูตพิเศษของทรัมป์อย่าง สตีฟ วิตคอฟฟ์ เพื่อหวังให้เกิดการหยุดยิงระยะสั้น ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศของอียิปต์ กาตาร์ และตุรกี ต่างก็มีการติดต่อประสานงานกันอย่างต่อเนื่องในประวัติศาสตร์การทูตที่ผ่านมา โอมานและกาตาร์มักเป็นตัวกลางหลัก แต่ในศึกครั้งนี้ดูเหมือนปากีสถานจะก้าวขึ้นมามีบทบาทนำ
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านปฏิเสธว่ายังไม่มีการเจรจาโดยตรงกับสหรัฐฯ นับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้น แต่ยอมรับว่าได้รับข้อความผ่าน "รัฐที่เป็นมิตร" เกี่ยวกับความต้องการของสหรัฐฯ ในการเจรจาเพื่อยุติสงคราม พร้อมยืนยันว่าอิหร่านยังไม่เปลี่ยนแปลงจุดยืนเรื่องช่องแคบฮอร์มุซหรือเงื่อนไขในการยุติสงคราม
ทำไมต้องเป็นปากีสถาน?
นักวิเคราะห์ระบุว่าปากีสถานมีจุดได้เปรียบที่สำคัญหลายประการ:
ความเป็นกลางทางทหาร: ปากีสถานเป็นหนึ่งในพันธมิตรไม่กี่รายของสหรัฐฯ ในภูมิภาคที่ไม่มีฐานทัพอเมริกาตั้งอยู่ ทำให้รอดพ้นจากการตกเป็นเป้าโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนของอิหร่าน ส่งผลให้มีสถานะเป็น "คนกลางที่น่าเชื่อถือ"
ประชากรชีอะห์: ปากีสถานมีประชากรชาวมุสลิมชีอะห์มากเป็นอันดับสองของโลกรองจากอิหร่าน ทำให้มีความเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมและศาสนาที่ลึกซึ้ง
ความสัมพันธ์กับรัฐอ่าว: ปากีสถานมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัฐอ่าวเปอร์เซีย รวมถึงมีสนธิสัญญาป้องกันร่วมกับซาอุดีอาระเบียที่ลงนามเมื่อปีที่แล้ว
ความเปราะบางทางเศรษฐกิจ: ปากีสถานเองก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักหากสงครามยืดเยื้อ เนื่องจากต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซจากอ่าวเปอร์เซีย
มุมมองจากนักวิเคราะห์
ซานัม วาคิล จากสถาบันคัดแธม เฮาส์ (Chatham House) ให้ความเห็นว่าแม้หลายประเทศจะพยายามลดระดับความตึงเครียด แต่เธอยังไม่เห็นสัญญาณว่าสงครามจะยุติลงในเร็ววัน "ฉันไม่คิดว่าทรัมป์จะเดินหนีจากวิกฤตที่เขาสร้างขึ้นมาเองได้ง่ายๆ และฉันก็ไม่เห็นว่าอิหร่านจะยอมจำนน เพราะพวกเขารู้สึกว่าตนเองถือไพ่เหนือกว่าในเรื่องความอยู่รอดของภูมิภาค"
อย่างไรก็ตาม การที่ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน อยาตุลลอฮ์ โมจตาบา คาเมเนอี ได้กล่าวถึงปากีสถานเป็นพิเศษในสาส์นวันปีใหม่ที่ผ่านมา โดยระบุว่ามีความรู้สึกพิเศษต่อชาวปากีสถาน ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่าบทบาทของ "อิสลามาบัด" ในฐานะตัวกลางนั้นมีน้ำหนักอย่างยิ่งในสมรภูมิการทูตครั้งนี้
---
IMCT NEWS
ที่มาhttps://www.ft.com/content/dc7ba7ef-9e45-48ee-8ba6-88dfab66b2c1?fbclid=IwY2xjawQvA6RleHRuA2FlbQIxMQBzcnRjBmFwcF9pZBAyMjIwMzkxNzg4MjAwODkyAAEedzDeyfmffJNkKvmG2ZDLJ2fEKTp4I5RpSU-s4nY687qNiHlObAb70pavLkA_aem_9dkP_jxnvuIcsJJQ2QjDlA&syn-25a6b1a6=1