จีนเร่งถมเกาะขยายฐานเป็นฐานทัพขนาดใหญ่
จีนเร่งถมเกาะขยายฐานเป็นฐานทัพขนาดใหญ่ คุมเบ็ดเสร็จจุดยุทธศาสตร์ทะเลจีนใต้ ฉวยจังหวะสหรัฐฯ ติดหล่มศึกตะวันออกกลาง
7-4-2026
Asia Times รายงานว่า การลดลงของจำนวนการลาดตระเวนและกองเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐฯ (US) กำลังเปิดช่องว่างให้จีน (China) เปลี่ยนแนวปะการังแอนทีโลป (Antelope Reef) ให้กลายเป็นฐานที่มั่นทางทะเลขนาดมหึมาในพื้นที่ทับซ้อน
การเร่งถมทะเลของจีนที่แนวปะการังแอนทีโลปเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล-อิหร่าน (US-Israel-Iran War) ได้ดึงเอาสินทรัพย์ทางทหารที่สำคัญของสหรัฐฯ ไปยังตะวันออกกลาง (Middle East) ซึ่งจุดชนวนให้เกิดคำถามว่า การปรับเปลี่ยนท่าทีทางยุทธศาสตร์ของวอชิงตันกำลังเปิดทางให้จีนในทะเลจีนใต้ (South China Sea) หรือไม่
สำนักข่าว The Wall Street Journal (WSJ) รายงานโดยอ้างภาพถ่ายดาวเทียมว่า จีนได้เร่งการถมทะเลที่แนวปะการังแอนทีโลปในหมู่เกาะพาราเซล (Paracel Islands) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในการอ้างสิทธิ์ทางทะเล และปรับเปลี่ยนสมดุลทางยุทธศาสตร์หากเกิดความขัดแย้งที่เชื่อมโยงกับไต้หวัน (Taiwan) กิจกรรมดังกล่าวเริ่มขึ้นในเดือนตุลาคม 2025 และขยายตัวอย่างชัดเจนในเดือนมกราคม 2026 โดยมีการขุดลอกร่องน้ำและขยายพื้นที่รอบฐานที่มั่นและท่าเรือที่มีอยู่เดิม
แนวปะการังนี้ตั้งอยู่ห่างจากเวียดนาม (Vietnam) ไปทางตะวันออกราว 400 กิโลเมตร และห่างจากฐานทัพเรือซานย่า (Sanya) บนเกาะไหหลำของจีนเพียง 281 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ในเส้นทางการค้าโลกที่รองรับการขนส่งสินค้าทางเรือถึง 1 ใน 3 ของโลก
ช่องว่างทางยุทธศาสตร์ (Carrier Gap)
ข้อมูลจากสถาบันการเดินเรือแห่งสหรัฐฯ (USNI) ระบุว่า ณ วันที่ 30 มีนาคม 2026 สหรัฐฯ ได้ส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตี ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น (USS Abraham Lincoln CSG) ออกจากทะเลจีนใต้ไปยังตะวันออกกลางแล้ว และกองเรือ ยูเอสเอส จอร์จ วอชิงตัน (USS George Washington CSG) กำลังเดินทางจากฐานทัพโยโกสุกะในญี่ปุ่นเพื่อไปสมทบ
นอกจากนี้ หน่วยทหารราบทางเรือที่ 31 (31st MEU) และหน่วยที่ 11 (11th MEU) ของสหรัฐฯ ก็กำลังมุ่งหน้าสู่ตะวันออกกลางเช่นกัน ซึ่งอาจทำให้เหลือเพียงกองเรือ ยูเอสเอส ทีโอดอร์ รูสเวลต์ (USS Theodore Roosevelt CSG) เพียงกองเรือเดียวในภูมิภาคแปซิฟิก ส่งผลให้สหรัฐฯ เผชิญกับภาวะขาดแคลนเรือบรรทุกเครื่องบิน (Carrier Gap) และอ่อนแอลงในการตอบโต้จุดร้อนต่างๆ ทั้งในคาบสมุทรเกาหลี ช่องแคบไต้หวัน และทะเลจีนใต้
การลดลงของการเฝ้าระวัง
South China Morning Post (SCMP) รายงานว่า เที่ยวบินลาดตระเวนของสหรัฐฯ ในทะเลจีนใต้ลดลงถึง 30% ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 โดยเหลือเพียง 72 เที่ยวบิน เทียบกับ 102 เที่ยวบินในช่วงก่อนหน้า ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเกิดจากการมุ่งความสนใจไปที่ตะวันออกกลาง และความพยายามสร้างบรรยากาศที่ดีก่อนการพบปะระหว่างประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) และประธานาธิบดี สี จิ้นผิง (Xi Jinping)
แอนทีโลป: ฐานที่มั่นที่ใหญ่ที่สุดในอนาคต?
รายงานจาก Asia Maritime Transparency Initiative (AMTI) ประเมินว่าพื้นที่ถมทะเลที่แนวปะการังแอนทีโลปมีขนาดราว 6.11 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเกือบเท่ากับเกาะมิสชีฟรีฟ (Mischief Reef) และมีขนาดใหญ่กว่าเกาะวู้ดดี้ (Woody Island) เกือบเท่าตัว พื้นที่ใหม่นี้สามารถรองรับรันเวย์สนามบินยาว 2,743 เมตร ซึ่งจะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางทหารที่สำคัญที่สุดของจีนในหมู่เกาะพาราเซล
อย่างไรก็ตาม ประเทศผู้อ้างสิทธิ์รายอื่นไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยเวียดนามได้เร่งขยายพื้นที่เกาะที่ตนควบคุมอยู่ในหมู่เกาะสแปรตลี (Spratly Islands) เช่นกัน โดยขุดลอกปะการังไปแล้วกว่า 13.4 ตารางกิโลเมตรนับตั้งแต่ปี 2022 เพื่อตอบโต้การกระทำของจีน
หากแนวโน้มนี้ยังคงดำเนินต่อไป การสะสมกำลังของจีนที่แนวปะการังแอนทีโลป ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการลดลงของกำลังทหารสหรัฐฯ อาจทำให้ทะเลจีนใต้กลายเป็นพื้นที่ที่มีการสะสมกำลังอาวุธอย่างถาวร และทำให้การกู้คืนอำนาจเหนือการปฏิบัติการของสหรัฐฯ ในภูมิภาคนี้มีต้นทุนที่สูงขึ้นอย่างมหาศาล
---
IMCT NEWS
ที่มา https://asiatimes.com/2026/04/china-cranks-south-china-sea-buildup-while-iran-consumes-us/