สหรัฐฯ คว่ำบาตรบริษัทและเรือบรรทุกน้ำมันจีน
สหรัฐฯ คว่ำบาตรบริษัทและเรือบรรทุกน้ำมันจีน ฐานช่วยเวเนซุเอลาหลบเลี่ยงมาตรการลงโทษ
2-1-2026
Bloomberg รายงานว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ยกระดับมาตรการกดดันต่อการส่งออกน้ำมันของเวเนซุเอลา (Venezuela) ด้วยการประกาศคว่ำบาตรบริษัทที่มีฐานปฏิบัติการในฮ่องกงและจีนแผ่นดินใหญ่ พร้อมด้วยเรือบรรทุกน้ำมันที่เกี่ยวข้อง โดยกล่าวหาว่ามีส่วนช่วยในการหลบเลี่ยงมาตรการจำกัดทางการค้า
สำนักงานควบคุมสินทรัพย์ต่างประเทศ (OFAC) ของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้เพิ่มชื่อบริษัท 4 แห่งที่มีความเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมน้ำมันของเวเนซุเอลาเข้าสู่บัญชีดำ (Specially Designated Nationals - SDN) ได้แก่ บริษัท Corniola Ltd. ในมณฑลเจ้อเจียง, บริษัท Aries Global Investment Ltd., บริษัท Krape Myrtle Co และบริษัท Winky International Ltd. ในฮ่องกง นอกจากนี้ยังได้คว่ำบาตรเรือบรรทุกน้ำมัน 4 ลำที่เชื่อมโยงกับบริษัทเหล่านี้ ได้แก่ Della, Nord Star, Rosalind และ Valiant
แม้สหรัฐฯ จะมีการประกาศรายชื่อเรือและบริษัทที่ถูกคว่ำบาตรฐานเชื่อมโยงกับการค้าน้ำมันของเวเนซุเอลาอยู่ก่อนแล้ว แต่การพุ่งเป้าไปที่บริษัทสัญชาติจีนถือเป็นกรณีที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นสัญญาณเตือนไปยังกรุงปักกิ่งให้ถอยห่างจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และระบอบการปกครองของ นีโกลัส มาดูโร (Nicolás Maduro) เนื่องจากจีนเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของน้ำมันเวเนซุเอลา ซึ่งสร้างรายได้ถึง 95% ของรายได้ทั้งหมดของประเทศ
"เรือเหล่านี้ ซึ่งบางลำเป็นส่วนหนึ่งของ 'กองเรือเงา' (Shadow Fleet) ที่รับใช้เวเนซุเอลา ยังคงเป็นแหล่งทรัพยากรทางการเงินที่หล่อเลี้ยงระบอบก่อการร้ายค้ายาเสพติดที่ผิดกฎหมายของมาดูโร" กระทรวงการคลังระบุในแถลงการณ์ "ระบอบของมาดูโรพึ่งพากองเรือเงาทั่วโลกมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในกิจกรรมที่เข้าข่ายถูกคว่ำบาตร และเพื่อสร้างรายได้สำหรับการปฏิบัติการที่บ่อนทำลายเสถียรภาพ"
การเพิ่มแรงกดดันและปฏิบัติการทางทหาร
การคว่ำบาตรครั้งนี้เป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดในแคมเปญกดดันของประธานาธิบดีทรัมป์ต่อมาดูโร ในข้อหาพัวพันกับปฏิบัติการค้ายาเสพติด โดยก่อนหน้านี้กระทรวงการคลังยังได้คว่ำบาตรบุคคลและบริษัท 10 แห่งในอิหร่านและเวเนซุเอลาฐานเกี่ยวข้องกับการค้าอาวุธ
นอกจากมาตรการทางการเงิน กองกำลังสหรัฐฯ ยังได้ยกระดับการเผชิญหน้าในพื้นที่ โดยกองบัญชาการภาคใต้ของสหรัฐฯ (US Southern Command) เปิดเผยว่าได้ทำการโจมตีเรือ 3 ลำเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม ส่งผลให้เรืออับปางและมีผู้เสียชีวิต 3 ราย และในวันพุธที่ผ่านมาได้ทำการโจมตีเรืออีก 2 ลำ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย
นอกจากนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ยังยืนยันเมื่อวันจันทร์ว่า สหรัฐฯ ได้เข้าโจมตีสถานประกอบการภายในดินแดนเวเนซุเอลา โดยพุ่งเป้าไปที่ท่าเทียบเรือที่ใช้โดยเรือค้ายาเสพติด ซึ่งถือเป็นการยกระดับแคมเปญทางทหารครั้งสำคัญ ขณะที่สำนักข่าว CNN รายงานว่าหน่วยข่าวกรองกลาง (CIA) ได้ใช้โดรนโจมตีท่าเรือที่เชื่อว่าเชื่อมโยงกับแก๊ง Tren de Aragua แต่ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต
ความสัมพันธ์กับจีน
ทางการจีนได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การปิดล้อมท่าเรือเวเนซุเอลาของสหรัฐฯ ว่าเป็นการ "กลั่นแกล้งฝ่ายเดียว" (Unilateral Bullying) และระบุว่าการยึดเรือเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ ทั้งนี้ โรงกลั่นน้ำมันอิสระของจีน (Teapots) ยังคงเป็นผู้ซื้อน้ำมันดิบเวเนซุเอลาอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา แม้จะมีมาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ ก็ตาม
ข้อมูลจากผู้ค้าและแหล่งข่าวระบุว่า จีนไม่เคยหยุดการซื้อน้ำมันจากเวเนซุเอลาอย่างแท้จริง แต่ใช้วิธีเปลี่ยนชื่อเรียกผลิตภัณฑ์เป็น "Bitumen Mix" เพื่อพรางตัวผ่านช่องทางที่ไม่เป็นทางการ ซึ่งน้ำมันดิบเวเนซุเอลาเพิ่งกลับมาถูกนำเข้าอย่างเป็นทางการอีกครั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2024 หลังจากหยุดชะงักไปในปี 2019
การดำเนินการครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลทรัมป์ในการตัดท่อน้ำเลี้ยงของระบอบมาดูโร และเป็นการส่งสารโดยตรงไปยังพันธมิตรของเวเนซุเอลาอย่างจีนและอิหร่านว่า สหรัฐฯ พร้อมที่จะดำเนินมาตรการที่รุนแรงขึ้นทั้งทางเศรษฐกิจและทางทหาร
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.bloomberg.com/news/articles/2025-12-31/us-sanctions-oil-tankers-companies-with-links-to-venezuela?srnd=phx-politics