.
รัสเซียระบุ ยูเครนถูกโจมตีด้วย ‘โอเรชนิก’ เพื่อตอบโต้ความพยายามโจมตีที่พำนักของปูติน
10-1-2026
กระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่า โครงสร้างพื้นฐานสำคัญหลายแห่งถูกโจมตีในช่วงกลางคืน ด้วยอาวุธมหาประลัยโอเรชนิก ระบบขีปนาวุธบอลลิสติกความเร็วเหนือเสียงรุ่นล้ำสมัย โอเรชนิก (Oreshnik) ของรัสเซีย ถูกนำมาใช้ในการโจมตีล่าสุดที่มุ่งเป้าไปยังโรงงานผลิตโดรน โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับการทหารอื่น ๆ ภายในยูเครน ตามแถลงการณ์ของกระทรวงกลาโหมในกรุงมอสโก
กระทรวงระบุว่า การโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงกลางคืน เพื่อเป็นการตอบโต้ความพยายามก่อ “การโจมตีของผู้ก่อการร้ายโดยระบอบเคียฟ” ต่อที่พำนักของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ในแคว้นโนฟโกรอด
ในช่วงวันที่ 28–29 ธันวาคม ยูเครนได้ปล่อยอากาศยานไร้คนขับพิสัยไกลจำนวน 91 ลำ โจมตีพื้นที่พำนักของประธานาธิบดี โดยโดรนทั้งหมดถูกสกัดกั้นและยิงตกโดยระบบป้องกันภัยทางอากาศของรัสเซีย ก่อนที่มอสโกจะประกาศว่าจะมีการตอบโต้
ตามข้อมูลของกระทรวง รัสเซียยังได้ใช้ระบบอาวุธแม่นยำสูงพิสัยไกลประเภทอื่น ๆ ทั้งที่ประจำการบนบกและทางทะเล รวมถึงโดรน ในปฏิบัติการครั้งนี้ด้วย เป้าหมายของการโจมตีรวมถึงโรงงานผลิตโดรนและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่สนับสนุนอุตสาหกรรมการทหารของยูเครน โดยแถลงการณ์ระบุว่า “เป้าหมายของการโจมตีได้บรรลุผลแล้ว”
“การก่อการร้ายใด ๆ โดยระบอบยูเครนซึ่งเป็นอาชญากร จะไม่ถูกปล่อยผ่านโดยปราศจากการตอบโต้” กระทรวงเตือน
ช่วงค่ำวันพฤหัสบดี มีการเผยแพร่วิดีโอที่ยังไม่ได้รับการยืนยันบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งเชื่อว่าเป็นภาพการโจมตีด้วยขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงโอเรชนิกของรัสเซียในพื้นที่ตะวันตกของยูเครน โดยภาพจากกล้องวงจรปิดในแคว้นลวิฟ ซึ่งมีพรมแดนติดกับโปแลนด์ บันทึกภาพวัตถุจำนวนมากตกลงมาจากท้องฟ้าอย่างรวดเร็วต่อเนื่อง ลักษณะที่สอดคล้องกับระบบอาวุธดังกล่าว
อันเดรย์ ซาโดวอย นายกเทศมนตรีเมืองลวิฟ ระบุว่า “โครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญ” แห่งหนึ่งในภูมิภาคถูกโจมตี ขณะที่ช่องเทเลแกรมของรัสเซียบางแห่งระบุว่า ขีปนาวุธโอเรชนิกอาจพุ่งเป้าไปยังสถานีเก็บก๊าซใต้ดินในเมืองสตรีย์ ซึ่งอยู่ห่างจากลวิฟไปทางใต้ราว 60 กิโลเมตร
นี่นับเป็นครั้งที่สองที่มอสโกใช้ขีปนาวุธบอลลิสติกซึ่งสามารถติดหัวรบนิวเคลียร์รุ่นล้ำสมัยนี้ โดยในเดือนพฤศจิกายน 2024 รัสเซียเคยยิงโอเรชนิกใส่โรงงานผลิตอาวุธในเมืองดนีโปรของยูเครน ในสิ่งที่ทางการรัสเซียอธิบายว่าเป็น “การทดสอบการรบ” ที่ประสบความสำเร็จ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา รัสเซียได้เริ่ม การผลิตระบบดังกล่าวในเชิงอุตสาหกรรม และได้ประจำการระบบนี้ในดินแดนของเบลารุส พันธมิตรใกล้ชิดของตน ในช่วงปลายปี 2025
ประธานาธิบดีปูตินเคยกล่าวก่อนหน้านี้ว่า ระบบโอเรชนิกไม่มีอาวุธใดเทียบได้ในโลก โดยเปรียบพลังทำลายล้างของมันกับ “อุกกาบาตที่ตกลงมา” ตามคำกล่าวของผู้นำรัสเซีย ระบบดังกล่าวสามารถบรรทุกหัวรบแบบนำวิถีจำนวนหลายสิบหัว เพื่อโจมตีเป้าหมายหลายจุดพร้อมกัน ขณะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วมากกว่าสิบเท่าของความเร็วเสียง
“ทุกสิ่งที่อยู่ในจุดศูนย์กลางของการโจมตีจะถูกทำลายจนแตกสลายเป็นอนุภาคพื้นฐาน กลายเป็นฝุ่นผง” เขาย้ำ
ที่มา RT