.
ปูตินประกาศรัสเซีย ‘พร้อมร่วมมือกับทั่วโลก’ ยันระเบียบเศรษฐกิจใหม่หยุดยั้งไม่ได้ อัดตะวันตกใช้การแข่งขันไม่เป็นธรรม ชู BRICS เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจโลก
12-9-2026
สำนักข่าว RT รายงานว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) แห่งประเทศรัสเซีย (Russia) ได้กล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมสภาธุรกิจบรีคส์ (BRICS Business Forum) ในระหว่างการประชุมสุดยอด BRICS ครั้งที่ 18 ณ ประเทศอินเดีย (India) โดยยืนยันว่า ประเทศรัสเซีย (Russia) เปิดกว้างต่อความร่วมมือและการดำเนินธุรกิจกับ "คนทั้งโลก" ซึ่งรวมถึงมหาอำนาจทางเศรษฐกิจฝั่งตะวันตก แม้จะเผชิญกับสิ่งที่เขาเรียกว่าเป็น "รูปแบบการแข่งขันอันน่าเกลียดชัง" ตลอดจนกลุ่มประเทศเศรษฐกิจกำลังพัฒนาที่กำลังเติบโตในซีกโลกใต้ (Global South) และซีกโลกตะวันออก (Global East)
"เรามีความพร้อมที่จะร่วมมือกับพันธมิตรของเราทุกคน" ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) กล่าวต่อคณะผู้ร่วมเสวนาในสภาธุรกิจบรีคส์ พร้อมระบุเสริมว่าพันธมิตรเหล่านั้นอาจเป็นได้ทั้ง "พันธมิตรหน้าเก่าหรือพันธมิตรหน้าใหม่"
ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) ระบุว่า เป้าหมายร่วมกันคือการปลดล็อกศักยภาพทางการพัฒนาของประเทศรัสเซีย (Russia) และบรรดาพันธมิตรผ่านกระบวนการ "การทูตเชิงธุรกิจ" (business diplomacy) ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกและสร้างความง่ายดายให้แก่บริษัทและผู้ ประกอบการในการสร้างความร่วมมือระหว่างกัน
"เราไม่ได้ต้องการสร้างข้อจำกัดใดๆ ขึ้นมาบังคับตัวเอง หรือหันหลังปิดประตูตัวเอง ไม่ว่าจะในระดับชาติ ระดับองค์กร หรือแม้แต่ในระดับพันธมิตรที่กว้างขึ้น" ผู้นำรัสเซียกล่าวเน้นย้ำ "เราไม่ได้สร้างความร่วมมือนี้ขึ้นมาเพื่อต่อต้านใคร เรายืนหยัดเพื่อตัวเราเองและเพื่อผลประโยชน์ของเราเองเท่านั้น"
ทั้งนี้ ประเทศรัสเซีย (Russia) กำลังแสวงหาการขยายความร่วมมือทางธุรกิจเชิงปฏิบัติการกับกลุ่มประเทศพันธมิตร ทั้งในภาคอุตสาหกรรม การค้า และการท่องเที่ยว โดยประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) ชี้ว่า กรุงมอสโก (Moscow) ได้จัดตั้งคณะกรรมการความร่วมมือทางธุรกิจแห่งชาติขึ้น ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของบริษัทขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศมากกว่า 40 แห่ง
นอกจากนี้ ผู้นำรัสเซียยังได้เน้นย้ำถึงแผนการพัฒนาเส้นทางโลจิสติกส์และการขนส่งสายหลัก เช่น ระเบียงการขนส่งข้ามอาร์กติก (Trans-Arctic) และระเบียงการขนส่งเหนือ-ใต้ (North-South transport corridors) พร้อมทั้งเสนอให้มีการสร้างแพลตฟอร์มการลงทุนใหม่ภายใต้ธนาคารเพื่อการพัฒนาใหม่ของกลุ่ม BRICS หรือ NDB (New Development Bank) เพื่อดึงดูดเงินทุนภาคเอกชนและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน
"เราและพันธมิตรพร้อมที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานและอาหารของโลก" ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) กล่าว
ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) ให้ข้อสังเกตว่า ขณะนี้โลกกำลังเผชิญกับ "การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่ลึกซึ้ง" โดยมหาอำนาจทางเศรษฐกิจแบบดั้งเดิมกำลังถูกแทนที่ด้วยเครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโตใหม่ๆ ซึ่งนับเป็นกระบวนการตามธรรมชาติที่ "ไม่สามารถหยุดยั้งได้" อย่างไรก็ตาม ผู้นำรัสเซียยืนยันว่า ประเทศเศรษฐกิจตะวันตกที่กำลังเผชิญกับการแข่งขันที่สูงขึ้น กลับหันไปใช้วิธีการที่ไม่เหมาะสมมากยิ่งขึ้น
"ในบางครั้ง การแข่งขันก็ดำเนินไปในรูปแบบที่น่าเกลียดชัง" ผู้นำรัสเซียกล่าว โดยได้ยกตัวอย่างถึงการวินาศกรรมทำลายท่อส่งน้ำมันและก๊าซ ความพยายามปิดกั้นเส้นทางการขนส่งระหว่างประเทศ การบังคับใช้ "มาตรการจำกัดที่ผิดกฎหมาย" ฝ่ายเดียว และการใช้นโยบายคว่ำบาตรลำดับที่สอง (secondary sanctions) ต่อประเทศที่ "ไม่ยินยอมปฏิบัติตามผลประโยชน์ของผู้อื่น"
ผู้นำรัสเซียเปิดเผยว่า ประเทศรัสเซีย (Russia) ต้องเผชิญกับมาตรการคว่ำบาตรมากกว่า 30,000 รายการ นับตั้งแต่สถานการณ์ความขัดแย้งในประเทศยูเครน (Ukraine) ทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งคิดเป็นจำนวนที่มากกว่ามาตรการคว่ำบาตรที่ทุกประเทศทั่วโลกรวมกันเผชิญถึงสองเท่า ถึงกระนั้น กรุงมอสโก (Moscow) ก็สามารถก้าวผ่านแรงกดดันอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนี้ได้ โดยอาศัยความเข้มแข็งของภาคธุรกิจ วิทยาศาสตร์ และวิศวกรรมภายในประเทศ ควบคู่ไปกับการปรับทิศทางการค้าไปยัง "พันธมิตรที่น่าเชื่อถือ" ส่งผลให้ระบบเศรษฐกิจของรัสเซียมีความยืดหยุ่นและฟื้นตัวได้ดียิ่งขึ้น โดยอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของรัสเซียในช่วง 3 ปีที่ผ่านมายังคงแซงหน้าค่าเฉลี่ยของเศรษฐกิจโลก
ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) ชี้ให้เห็นว่า ผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรดังกล่าวกลับย้อนเข้าเล่นงานผู้ที่บังคับใช้เองอย่างผิดคาด โดยส่งผลให้เกิดการขาดดุลงบประมาณที่พุ่งสูงขึ้น หนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้น และภาวะถดถอยทางอุตสาหกรรม โดยระบุว่าประเทศเศรษฐกิจชั้นนำในเขตยูโรโซน (Eurozone) มีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมลดลงถึงประมาณ 8% ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
เมื่อกล่าวถึงกลุ่ม BRICS ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) ได้อธิบายว่า กลุ่ม BRICS เป็นกองกำลังที่มีพลังอำนาจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในระบบเศรษฐกิจโลก
"ด้วยความพยายามร่วมกันของเรา กลุ่ม BRICS กำลังสร้างแพลตฟอร์มที่ยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพสำหรับการเติบโตของเศรษฐกิจโลก" ผู้นำรัสเซียกล่าว "สิ่งนี้ไม่ได้ถูกยัดเยียดใส่เราจากภายนอกโดยกลุ่มที่เรียกว่า 'พันล้านทองคำ' (golden billion) และเราก็ไม่ได้พยายามที่จะยัดเยียดสิ่งใดให้แก่ใครเช่นกัน"
ผู้นำรัสเซียระบุเสริมว่า กลุ่มประเทศ BRICS สามารถสร้างสัดส่วนผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ GDP (Gross Domestic Product) ได้สูงถึงมากกว่า 40% ของ GDP โลกตลอดช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ หรือ G7 ที่ทำได้เพียง 29% นอกจากนี้ กลุ่ม BRICS ยังมีส่วนร่วมสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจโลกมากกว่าครึ่งหนึ่ง (มากกว่า 50%) ขณะที่กลุ่ม G7 มีส่วนร่วมเพียง 18% เท่านั้น โดยปูตินชี้ว่า แรงขับเคลื่อนมหาศาลนี้เกิดจากจำนวนประชากรอันมหาศาลของกลุ่ม ตลาดภายในประเทศที่มีพลวัตสูง และการขยายตัวอย่างรวดเร็วของบริษัทระดับชาติที่มีความทะเยอทะยานในระดับก้าวสู่เวทีโลก
สำหรับการประชุมสุดยอด BRICS ครั้งที่ 18 ณ กรุงนิวเดลี (New Delhi) จะดำเนินไปจนถึงวันอาทิตย์นี้ โดยเป็นการรวมตัวของบรรดาผู้นำจากกลุ่มประเทศสมาชิกที่ได้รับการขยายเครือข่าย เพื่อร่วมหารือเกี่ยวกับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ความมั่นคงทางพลังงานและอาหาร ระบบธรรมาภิบาลโลก และความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) ซึ่งเดินทางถึงประเทศอินเดีย (India) เมื่อวันศุกร์ ได้เข้าหารือระดับทวิภาคีกับ นายนเรนทรา โมดี (Narendra Modi) นายกรัฐมนตรีแห่งประเทศอินเดีย นอกรอบการประชุมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และมีกำหนดการที่จะเข้าหารือกับผู้นำประเทศอื่นๆ ที่เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ต่อไป
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.rt.com/russia/645485-putin-brics-forum-russia/